ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ยางรถเล็ก
dot
bulletสินค้าขายดี
bulletยางสำหรับรถยนต์นั่ง
bulletยางสำหรับรถกระบะ
bulletยาง 4*4
bulletน้ำมันเครื่อง
dot
ยางรถใหญ่
dot
bulletยางผ้าใบ
bulletยางเรเดียล
dot
บทความ
dot
bulletวิธีการอ่านแก้มยาง
bulletตั้งศูนย์ + ถ่วงล้อ
bulletการเติมลมไนโตรเจน
dot
Newsletter

dot


logo tyre
น้ำมันเครื่องมาตราฐาน
logo bendix


ตั้งศูนย์+ถ่วงล้อ article

การตั้งศูนย์ล้อ คือการทำให้ส่วนประกอบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบบังคับเลี้ยว ระบบช่วงล่างล้อ และยาง ทำงานสัมพันธ์กันอย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำให้รถวิ่งได้ตรง ไม่ดึงไปทางซ้ายหรือขวา ระบบช่วงล่าง และระบบบังคับเลี้ยวของรถนั้น มีชิ้นส่วนต่างๆ มากมาย ที่มีการเคลื่อนไหวขณะรถวิ่ง และย่อมจะมีการสึกหรอเกิดขึ้น ซึ่งมีผลทำให้ศูนย์ล้อผิดเพี้ยนไปจากสเป็คที่ถูกต้อง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการปรับตั้งศูนย์ล้อเพื่อให้ได้ค่าตามที่กำหนดไว้ในสเป็คของรถ นอกจากนั้น ศูนย์ล้อยังขึ้นอยู่กับความสูงของตัวรถกับพื้นถนน และการกระจายน้ำหนักลงบนล้อรถด้วย กล่าวคือ เมื่อรถถูกใช้งานนานขึ้น คอยส์สปริง บุช ลูกยางต่างๆก็เริ่มหมดอายุ ความสูง และการกระจายน้ำหนักของรถก็ผิดไปจากมาตราฐานเดิม อันจะส่งผลให้ศูนย์ล้อผิดพลาดไปจากสเป็ค เมื่อใดก็ตามที่ศูนย์ล้อไม่ถูกต้องตามสเป็ค ล้อรถกับตัวถัง หรือล้อข้างซ้ายกับล้อข้างขวาก็จะไม่เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน อันจะเป็นผลให้รถวิ่งไม่ตรง หรือเกิดอาการแฉลบ หรือพวงมาลัยดึงไปข้างใดข้างหนึ่ง ทำให้ยางสึกผิดปกต

โทอิน ( Toe-in) คือระยะหน้ายางเอียงเข้าหากัน ตามทิศทางหน้ารถ (เมื่อมองจากด้านบน ลงสู่พื้นถนน) โทอิน จะมีค่าเป็นบวก (Positive) เมื่อระยะห่างของยางด้านหน้า น้อยกว่าระยะห่างของยางด้านหลัง และโทอิน จะมีค่าเป็นลบ ( Negative) เมื่อระยะห่างของยางด้านหน้ามากกว่า ระยะห่างของยางด้านหลัง
โทอินจะทำไม่ให้ล้อสั่น จากความต้านทางกลิ้ง ลดระยะหลวมของลูกหมากคันส่ง และทำให้ล้อรถ เคลื่อนที่ขนานไปอย่างคงที่

 

มุมแคสเตอร์ ( Caster angle)
คือมุมการวางตำแหน่งล้อ เมื่อมองจากด้านข้างตัวรถ เข้าไปหาตัวรถ มุมแคสเตอร์ จะเป็นมุมของแกนหมุนเลี้ยว ที่เอียงจากแนวดิ่งไปตามแนวยาวของรถ เมื่อแกนหมุนเลี้ยวส่วนบน เอียงไปทางด้านหลังรถ มุมแคสเตอร์ จะมีค่าเป็นบวก (Positive) ในทางตรงข้าม ถ้าแกนหมุนเลี้ยวส่วนบน เอียงไปทางด้านหน้ารถ มุมแคสเตอร์ จะมีค่าเป็นลบ ( Negative)
มุมแคสเตอร์ ทำหน้าที่ทรงทิศทางด้วยตัวเอง เพื่อให้พวงมาลัยหมุนคืนกลับตำแหน่งทางตรงได้เอง หลังจากมีการเลี้ยว และทำให้การการทรงตัวได้ดี

มุมแคมเบอร์ ( Camber angle)
คือมุมการวางตำแหน่งล้อ เมื่อมองจากด้านหน้ารถ หรือหลังรถเข้าไปหาตัวรถ ถ้าระยะห่างระหว่างด้านล่างของล้อ (ติดพื้นถนน) มีระยะน้อยกว่า ระยะห่างด้านบนของล้อทั้ง 2 ข้าง เรียกว่าแคมเบอร์มีค่าเป็นบวก ( Positive) เมื่อมองดูแล้วเหมือนกับล้อเอียงสอบเข้าหากัน คล้ายรูปกรวย ในทางตรงข้าม ถ้าระยะห่างระหว่างด้านล่างของล้อ ( ติดพื้นถนน) มีระยะมากกว่า ระยะห่างด้านบนของล้อทั้ง 2 ข้าง เรียกว่า แคมเบอร์มีค่าเป็นลบ (Negative) เมื่อมองดูแล้วเหมือนกับล้อ แบะออกไป
มุมแคมเบอร์ ทำหน้าที่ต้านการเอียงข้างของรถขณะขับขี่ในทางโค้ง ลดรัศมีหมุนเลี้ยวลง เพื่อให้หมุนพวงมาลัยได้เบา ทำให้ไม่เกิดการคลอนตัวลูกปืนล้อที่ระยะฟรี และลดอาการล้อลื่น

ภาพประกอบเพิ่มเรื่อง มุมแคมเบอร์

มุมเอียงแกนบังคับเลี้ยว (คิงพิน)
แกนรอบ ๆ ซึ่งล้อหมุนขณะหันไปทางซ้ายหรือทางขวา เรียกว่าแกนบังคับ เลี้ยว แนวแกนนี้หาได้จากการลากเส้นระหว่างส่วนบนของโช๊คอัพ และ ลูกหมากปีกนกตัวล่าง เส้นนี้เอียงเข้าด้านใน จากภาพที่มาจากด้านหน้ารถยนต์ เรียกว่า มุมเอียงแกนบังคับเลี้ยวหรือมุมคิงพิน ส่วนเส้นแบ่งกึ่งกลาง ของแกนบังคับเลี้ยวกับเส้นแนวกลางล้อที่พื้น เรียกว่า ระยะเยื้องศูนย์ ระยะเยื้องศูนย์น้อยกว่าช่วยลดแรงหมุนพวงมาลัย และแรงสั่นสะเทือนในการเบรค มุมเอียงแกนบังคับเลี้ยวช่วยให้มีการคืนกลับของพวงมาลัยในตำแหน่งตรงเหมือนเดิม

เพิ่มเติมเรื่อง มุมเลี้ยว
มุมเลี้ยว ถ้าล้อด้านหน้าขวาและซ้ายเลี้ยวเป็นมุมที่เท่ากัน คือ ทั้งสองล้อ จะมีรัศมีวงเลี้ยวเท่ากัน ( r1=r2) ทำให้แต่ล้อแต่ละข้างหมุนรอบจุดศูนย์กลางต่างกัน (O1 และ O2) เมื่อเป็นเช่นนี้การเลี้ยวโค้งที่ราบเรียบจะเป็นไปไม่ได้ เนื่องจาก
การลื่นออกข้างของยาง เพื่อป้องกันปัญหานี้ แขนบังคับเลี้ยวและคันส่ง จึงได้จัดไว้ให้ล้อกางออก เมื่อเลี้ยวโค้ง ล้อด้านใน จะมีมุมเลี้ยวมากกว่าล้อ ด้านนอก เพื่อให้มีจุดศูนย์กลางของรัศมีวงเลี้ยวอันเดียวกัน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่า " หลักการของเอคเคอร์แมน"
รูปภาพด้านล่าง คือ การเลี้ยวที่รอบจุดศูนย์กลางที่แตกต่างกัน

การถ่วงล้อ
      การถ่วงล้อที่ไม่สมดุล จะส่งผลให้พวงมาลัยสะท้านขณะขับรถที่อันมีผลเสียต่ออายุการใช้งานของยาง และคุณสมบัติการเกาะถนนระบบช่วงล่างของรถและโช้กอัพ ตลอดจนความนุ่มนวลในการขับขี่การถ่วงล้อจะช่วยให้เกิดการกระจาย น้ำหนักอย่างถูกต้องของยางและกระทะล้อ และทำให้ยางเกิดการสึกอย่างสม่ำเสมอ
 

เมื่อใดควรทำการถ่วงล้อรถ
1. เมื่อเปลี่ยนยางใหม่ทุกครั้ง
2. เมื่อมีการสลับยาง หรือสลับกระทะล้อ
3. เมื่อนำยางที่ใช้แล้วมาใส่กระทะล้อที่ใช้อยู่
4. เมื่อยางแตก และได้รับการปะยางเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
5. เมื่อมีการถอดยางออกจากระทะล้อ หรือใส่ยางกลับเข้ากระทะล้อ
6. เมื่อเกิดการสั่นสะท้านขณะที่รถวิ่ง
7. เมื่อยางเกิดการสึกไม่สม่ำเสมอ
 




บทความ

การเติมลมไนโตรเจน
วิธีการอ่านแก้มยาง article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.

บริษัท ศูนย์รวมยาง จำกัด
ที่อยู่ :  เลขที่ 4/28 หมู่ 9 ตำบล บ้านสวน อำเภอ เมือง
จังหวัด : ชลบุรี     รหัสไปรษณีย์ : 20000
เบอร์โทร :  0-3828-9000    
อีเมล : more@soonroumyang.com
เว็บไซต์ : www.soonroumyang.com